มณฑปท้าวจาตุมหาราช
webmaster - 29/6/08 at 17:14



พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้สร้างมณฑปท้าวจาตุมหาราช เพื่อให้ลูกหลานได้กราบไหว้บูชา และระลึกถึงบุญคุณของท่าน ที่ได้สงเคราะห์ช่วยเหลือดูแลวัดท่าซุงตลอดมา โดยการก่อสร้างมณฑปแล้วเสร็จในปี ๒๕๓๔ และพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ทำพิธีบวงสรวงในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปีพ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งเป็นงานบวชธุดงค์ พระที่บวชหมู่ในคราวนั้น ก่อนจะลาสิกขาบท หลวงพ่อได้ทำพิธีบวงสรวงก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต หลังจากสึกออกไปแล้ว ต่อมาจึงได้ถือเป็นประเพณีทุกปี

การเชิญท่าวท้าวมหาราชทั้ง ๔ เวลามีการบวงสรวงใช้บทสวดบวงสรวงชุมนุมเทวดาที่ขึ้นต้นด้วย “ปุริมัญ จะ ทิสังราชา...” แต่ความจริงหลวงพ่อท่านกล่าวว่าไม่จำเป็นจะต้องใช้ภาษาบาลี ให้ใช้ภาษาไทยโดยนึกถึงท่านก่อน แล้วกล่าวเชิญท่าน แต่อย่าลืมบอกท่านว่าจะให้ช่วยสงเคราะห์ในเรื่องใด เพราะถ้าไม่บอกท่าน ท่านก็จะยืนดูเฉยๆ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเคยโดนมาแล้ว

โดยท่านได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่ไปนอนใต้ต้นโพธิ์แห่งหนึ่งที่อยู่นอกเมืองออกไปในจังหวัดชัยนาท ตกกลางคืนประมาณ ๔ ทุ่ม มีผู้หญิงคนหนึ่งนุ่งผ้าโจงกระเบนและผ้าคาดอกตะแบงมานเดินเข้ามาหาท่าน แล้วใช้นิ้ว ๒ นิ้วจี้ที่หน้าอกท่าน

เทวดาซึ่งเป็นบริวารของท่านท้าวมหาราชซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ ๔ องค์ ๔ ทิศ มีองค์หนึ่งได้เข้าไปรัดคอผู้หญิงคนนั้นดึงออกไป พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมีเมตตาจึงได้บอกเทวดาองค์นั้นว่า “ปล่อยไปเถอะ”

พอเวลาประมาณตีสอง หลวงพ่อท่านรู้สึกตัวขึ้นมา ที่หน้าอกมันเจ็บทั้ง ๒ จุด เจ็บไปถึงหลัง ยายคนนั้นแกเอานิ้วมือมาจี้ ๒ นิ้ว ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด ขยับไปขยับมามันก็ไม่หลุด เลยบอกเทวดาที่ท่านเฝ้าอยู่ว่า “นี่พี่ชาย จับมันลากออกไปที ตีมันออกไป” เทวดาท่านก็จับร่างกระชากไป ตีไป

พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ถามเทวดาว่า “มันจะเข้ามาทำร้ายฉัน ทำไมถึงไม่ไล่ไปก่อน?”

เทวดาเลยบอกว่า “ผมไล่ไปแล้วท่านบอกว่าให้ปล่อยไง”

เพราะฉะนั้นจะต้องเข้าใจว่า เทวดาท่านทำตามคำสั่งจริงๆ บอกให้ท่านทำอย่างไร ท่านก็ทำอย่างนั้น ถ้าไม่บอกท่าน ท่านก็ยืนเฉย ดูเฉย ไม่ทำอะไร ดังนั้นเวลาเชิญท่านก็อย่าลืมบอกท่านให้ถูกต้อง ท่านจะได้ช่วยไม่ผิด ถ้าเชิญท่านมาแล้วไม่บอกท่าน ท่านก็ยืนดูเฉยๆ





สำหรับท่านท้าวจตุมหาราช ท่านมีด้วยกัน ๔ องค์คือ
๑. ท้าวมหาราชทิศตะวันออก ท้าวธตรฐพร้อมด้วยคนธรรพ์เป็นบริวาร
๒. ท้าวมหาราชทิศใต้ ท้าววิรุฬหก พร้อมด้วยกุมภัณฑ์เป็นบริวาร
๓. ท้าวมหาราชทิศตะวันตก ท้าววิรูปักษ์ พร้อมด้วยนาคเป็นบริวาร
๔. ท้าวมหาราชทิศเหนือ ท้าวเวสสุวัณ พร้อมด้วยยักษ์เป็นบริวาร

การบนท่านท้าวจาตุมหาราช

ให้ตั้งใจบนด้วยการปฏิบัติ สังโยชน์ ๓ ไปตลอดชีวิต ท่านท้าวมหาราชจะให้เทวดาติดตามช่วยตลอดชีวิตเช่นกัน

วิธีการบนคือ ถือเวลาที่สะดวก (โดยมากมักเป็นช่วงเช้า) ส่วนเครื่องบวงสรวงแล้วแต่สะดวก

การบนกรมหลวงชุมพรฯ หรือท้าววิรุฬหก

ท่านให้ปฏิบัติตามนี้ คือ แก้บนก่อน ๘ โมงเช้า ๑๐ นาที (ระหว่าง ๐๗.๕๐ – ๐๘.๐๐ น.) ถ้าตอนเย็น ก่อนบ่าย ๓ โมง ๑๐ นาที (ระหว่าง ๑๔.๕๐ – ๑๕.๐๐) สำหรับเครื่องบวงสรวงคือ
๑. ข้าวปากหม้อ
๒. หมูต้ม ๑ ชิ้น (ประมาณครึ่งกิโลกรัม)
๓. ไก่ต้ม ๑ ตัว (หรือ ๑ ชิ้นถ้าหากมีฐานะยากจน แต่ชิ้นต้องไม่เล็กเกินไป)
๔. ทองหยิบ
๕. ฝอยทอง
๖. ขนมจีนน้ำพริก

วิธีการบนคือ ให้ตั้งโต๊ะกลางแจ้ง ปูผ้าขาว พร้อมข้าวตอกดอกไม้ ธูป เทียน และเครื่องบวงสรวงด้านบน โดย ก่อนบนต้องตั้งเครื่องบวงสรวงครั้งหนึ่ง เมื่อได้ผลแล้ว จะต้องตั้งเครื่องบวงสรวงอีกครั้งหนึ่ง

"#หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์" วัดท่าซุง
...เป็นพระพุทธรูปโบราณอยู่ภายในวิหารเก่า ริมแม่น้ำสะแกกรัง เชื่อว่าสร้างกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ในวิหารนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลายองค์ ส่วนมากจะปั้นเป็นพระพุทธรูปทรงสมัยอยุธยา เป็นเกศหนามขนุนทั้งสิ้น

ต่อมาพระพุทธรูปบางองค์รวมทั้ง "หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์" ถูกพวกมิจฉาชีพตัดเอาเศียรพระไป และมีคุณจ๋ารับอาสามาปั้นต่อเศียรพระให้

ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ คุณจ๋าผู้บูรณะได้กราบขออนุญาตจากหลวงพ่อ "พระราชพรหมยาน" ซ่อมแซมพระพุทธรูปทั้งหมดที่ชำรุด รวมทั้งขอปั้นปูนทับอค์หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ด้วย

หลวงพ่อท่านอนุญาตและได้กล่าวอีกว่า พระพุทธรูปองค์นี้ เมื่อปั้นเสร็จให้ทำป้ายชื่อติดเอาไว้ หลวงพ่อให้ชื่อท่านว่า "หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์" ต่อไปในภายภาคหน้าจะมีคนขึ้นกับท่านมาก

สิ่งที่ผู้คนนิยมมาทำบุญและขอพรกับ "หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์" มาก เท่าที่เห็นก็คงจะเป็นการถวายผ้าสไบห่มองค์พระ จึงขอเชิญสักการะได้ที่วิหารหลวงปู่ใหญ่ อยู่คู่กับโบสถ์เก่า วัดท่าซุง

ท่านเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์สมชื่อ บางท่านได้อธิษฐานจิตขอพรจากท่าน และได้สมความปรารถนาก็มีหลายราย

ดังนั้น ท่านใดที่สนใจจะกราบไหว้ เพื่ออธิษฐานจิตขอพรจากท่านก็เชิญได้ตามที่ปรารถนา ถ้าไม่เกินวิสัยก็ขอให้โชคดี สมความปรารถนากันทุกคน

คาถาบูชาหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์
ตั้ง นะโม 3 จบ
อิติ สุคะโต นะโมพุทธายะ พุทธบูชา วันทามิ
ให้ว่าคาถานี้วันละ 9 จบ เป็นอย่างน้อย บูชาทุกวัน จัดเป็น "พุทธานุสสติ" และเป็นการเสริมบุญบารมี ความเป็นสิริมงคลแก่ตัวผู้สวดได้เป็นอย่างดี..