Not logged in [Login - Register]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites ตั้งหัวข้อใหม่
[*] posted on 25/11/17 at 07:39 [ QUOTE ]

ข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ" (แบบครึ่งกำลัง และ เต็มกำลัง)


สารบัญ (เลือกคลิกที่รายการ)

[01]
ตอนที่ ๑ ข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ" (แบบครึ่งกำลัง)
[02] ตอนที่ ๒ ข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ" (แบบเต็มกำลัง)
[03] ตอนที่ ๓ สรุปข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ" (ทั้งสองแบบ)

[04] ตอนที่ ๔ การไม่ถือมงคลตื่นข่าว

(Update 25 พฤศจิกายน 2560)


แนะนำการฝึกมโนมยิทธิสำหรับนักปฏิบัติใหม่ (คลิกที่รูปภาพ)


ข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ"
(แบบครึ่งกำลัง และ เต็มกำลัง)
โดย พระอาจารย์ชัยวัฒน์ อชิโต


.....นับตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ "พระราชพรหมยาน" ได้ฝึกมโนมยิทธิตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ที่ฝีก "มโนมยิทธิ" ได้เพราะทำยังไง ส่วนคนที่ยังฝึกไม่ได้ต้องแก้ไขยังไง จึงขอตั้งหัวข้อให้เข้ากับกระทู้นี้ว่า

1. ข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ" (แบบครึ่งกำลัง)

คนที่ฝึกได้ สาเหตุเพราะ

ก. ฟังครูฝึกแล้วทำตามทันที
ข. ขณะฝึกไม่สงสัย วางใจเป็นกลาง
ค. ก่อนฝึกได้พักผ่อนเพียงพอ
ง. เข้าใจคำว่า "ทิพจักขุญาณ" * (คืออารมณ์รู้สึก ไม่ใช่เอาตาไปเห็น)
ฆ. เวลาฝึกไม่ตั้งใจเห็นจนเกินไป ได้ก็ได้..ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร


* ก่อนมาฝึกที่วัด ควรซ้อมคำภาวนา "นะมะพะทะ" ไว้ให้คล่องเสียก่อน เมื่อเวลาครูฝึกเข้าไปสอน ไม่ต้องภาวนา ใช้สมาธิเล็กน้อยแค่ฟังคำพูดของครูฝึกก็พอ (ให้มีสติรู้ทุกถ้อยคำ ทำตามทุกอย่างแบบโง่ๆ)

สำคัญที่สุด คือ "ศรัทธา" ต้องมาก่อน หากไม่เชื่อ ไม่ไว้วางใจ หวังแค่ทดลอง หรือยังลังเลสงสัย ฝึกไปก็ไร้ผล สรุปแล้วต้องตัดทุกสิ่ง...ทิ้งทุกอย่าง...!

คนที่ฝึกแล้วแต่ไม่ได้ สาเหตุเพราะ

ก. จิตไม่สงบเท่าที่ควร ฟังครูฝึกแล้วไม่ทำตามทันที
ข. สงสัยอารมณ์ตนเองขณะฝึก จึงไม่ได้อะไรเลย
ค. ก่อนฝึกพักผ่อนไม่เพียงพอ ยังเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง
ง. ไม่เข้าใจคำว่า "ทิพจักขุญาณ" * (คิดว่าเอาตาไปเห็น หรือเข้าใจว่าเป็นภาพลอยมา)
ฆ. เวลาฝึกอยากได้จนเกินไป จึงไปไม่ได้
จ. หาที่นั่งยังไม่ถูกใจ หรือนั่งทนจนเมื่อย ความจริงขณะนั้นเปลี่ยนท่านั่งได้


- บางคนเลือกครูฝึก อยากจะฝึกกับครูที่ตนเองต้องการ
- บางคนไม่เข้าใจเวลานั่งล้อมวง จะรอครูถามตรงตัว ความจริงครูฝึกถามใคร หมายถึงถามทุกคน เราต้องทำตามทันทีจึงจะได้ผล
- บางคนยังลังเลไม่กล้าตอบ เพราะสัมผัสไม่เหมือนเขา เราต้องตอบไปตามที่รู้สึก ไม่จำเป็นต้องตรงกัน เพราะแค่เป็นการฝึกฝนเท่านั้น ผิดถูกครูจะแก้ไขให้ต่อไป

(โปรดติดตามตอน "แบบเต็มกำลัง" ต่อไป)

◄ll กลับสู่ด้านบน



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 27/11/17 at 05:47 [ QUOTE ]



(Update 27 พฤศจิกายน 2560)

2. ข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ" (แบบเต็มกำลัง)


คนที่ฝึกเต็มกำลังได้ สาเหตุเพราะ...

ก. ในขณะฝึกไม่สนใจเสียงร้องของคนข้างๆ
ข. ภาวนา "นะมะพะทะ" โดยไม่ต้องรู้ลมหายใจ ร่างกายสั่นก็ไม่สนใจ
ค. ไม่กังวลพิธีกรรม เช่น รอน้ำมนต์มาพรม หรือรอคฑามาแตะ
ง. ตัดความห่วงใยในร่างกาย เมื่อเห็นแสงจึงพุ่งตามไปทันที
ฆ. ตั้งอารมณ์ไว้ก่อน ว่าจะไปที่พระจุฬามณี แต่เวลาทำไม่อยากเกินไป
จ. บางคนเคยฝึกได้แบบ "ครึ่งกำลัง" มาก่อนแล้ว จึงเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น


คนที่ฝึกเต็มกำลังแล้ว แต่ไม่ได้ สาเหตุเพราะ

ก. จิตไปจับอยู่กับเสียงร้องของคนข้างๆ แล้วลืมตาดู

ข. ภาวนาสับสน บางทีก็ "นะมะพะทะ" บางทีก็ "พุทโธ"

ค. บางคนกังวลพิธีกรรม จิตจะหลุดไปแล้ว แต่รอน้ำมนต์ยังไม่มา คฑายังไม่ได้แตะ จึงทำให้ไปไม่ได้

ง. ขณะภาวนา "นะมะพะทะ" คำภาวนาจะเร่งเองโดยอัตโนมัติ เหมือนใจจะขาด เกิดความกลัวตาย จึงไม่เห็นแสงสว่าง

ฆ. มีอาการสั่น ร่างกายโยกโครง จิตไปจับอยู่แค่นั้น จึงหลุดไปไม่ได้ (ถ้าจะไปได้ ร่างกายจะค่อยหยุดสั่นไปเอง)

จ. บางคนเคยฝึกได้แบบ "ครึ่งกำลัง" มาก่อน แต่ยังไม่เข้าใจวิธีทำ (วิธีแก้ไข คือไปรออยู่ที่นิพพานเลย โดยไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนพิธีกรรมเบื้องต้น

เช่นพรมน้ำมนต์ หรือคฑามาแตะที่ศีรษะ สังเกตถ้าภาพชัดเจนสว่างไสวกว่าเดิม แสดงว่า "มโนมยิทธิ" ได้ปรับเป็นเต็มกำลังที่ข้างบนแล้ว)


ถ้าวางอารมณ์ถูกต้องตามที่หลวงพ่อสอนจะได้ทุกคน ไปวันแรกก็ได้แล้ว วันที่สองฝึกท่องเที่ยว

วันที่สามฝึกญาณ ๘ วันต่อไปกลับไปทำที่บ้าน ตั้งอารมณ์ไว้แค่ "พระโสดาบัน" หมั่นขึ้นไปที่วิมานบ่อยๆ ทำเล็กๆ น้อยๆ ดังนี้

1. นึกถึงความตายอยู่เสมอ
2. รักษาศีล 5 เป็นอัตโนมัติ จนไม่ต้องระวัง
3. จิตนึกถึงคุณพระรัตนตรัย และ "คุณพระนิพพาน" อยู่เสมอ


* ท่านแนะนำว่า ถ้าได้แล้วควรหาเวลาทำสมาธิเพียงอย่างเดียว ภาวนาตั้งเวลาไว้ครั้งละสัก 10 นาที โดยไม่ต้องรู้ต้องเห็นอะไร หรือไม่ต้องขึ้นไปข้างบน ต่อไปผลจากการตั้งสมาธิไว้อย่างนี้ เวลาออกไปท่องเที่ยวจะสามารถไปได้นานๆ

* แต่ถ้าไปแล้วบางครั้งเห็นภาพไม่ชัดเจน จะต้องพิจารณาร่างกายให้ดีก่อน จำอารมณ์เดิมที่เคยได้ให้ถูกต้อง

อย่าด่วนรีบร้อนเกินไป แล้วให้พระนำไปทุกครั้ง อย่างนี้ท่านว่า "อุปาทาน" ไม่ค่อยเล่นงานเท่าไร แต่ก็อย่าไว้ใจตนเองจนเกินไป พยายามทดสอบอารมณ์ไว้เสมอ

* สนใจแค่สังโยชน์ 10 และ บารมี 10 เท่านั้น อย่างอื่นอย่าสนใจ โดยเฉพาะได้แล้วที่พังเป็นส่วนใหญ่

เพราะไปรู้เรื่องอดีตชาติว่าเคยเป็นไรกัน แล้วพัวพันกันไปจน "พัง" ทั้งคู่ นี่บอกกันไว้ก่อนนะ หากใครหนีพ้นได้ จะไม่มีอดีตและอนาคตกันอีกต่อไป

* (ท่านยังบอกอีกว่า "ทานบารมี" ยังต้องทำนะ ไม่ใช่ทำแค่จิตอย่างเดียว เพราะทำทานบารมีแล้ว บารมีตัวอื่นก็จะเต็มตามไปด้วย)

ถ้าทำอย่างนี้ทุกวัน วิชามโนมยิทธิไม่เสื่อม ตายแล้วไม่ไปอบายภูมิแน่นอน ถ้าเห็นทุกข์แน่นอน ชาตินี้ก็ไม่มีทางได้ผุดได้เกิดอีก (แต่ถ้ายังเห็นโลกเป็นสุขอยู่ ยังต้องเกิดอีก แต่คิดว่าคงไม่พ้นสมัยพระศรีอาริย์)

หากปรารถนาพุทธภูมิ ถ้าอยากลาก็ให้ตั้งจิตขอลาต่อหน้าพระพุทธรูป มีดอกไม้ธูปเทียนบูชาพร้อม

หากยังไม่อยากลาก็ต้องทำบารมีให้เต็มทั้ง 30 ทัศ พร้อมกับคำอธิษฐานอย่างมั่นคง แต่ก็ต้องศึกษาเรื่องพระนิพพานเช่นกัน เผื่อจำเป็นจะต้องไปลาในชาติต่อๆ ไป


ขอให้สมหวังและสมความปรารถนาทุกคนนะ (เอาชาตินี้เลยนะ ท่านว่าให้เกาะสูงไว้ก่อน)

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

◄ll กลับสู่ด้านบน



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 30/11/17 at 09:05 [ QUOTE ]



(Update 30 พฤศจิกายน 2560)

สรุปข้อแนะนำการฝึก "มโนมยิทธิ" (ทั้งสองแบบ)


...ถ้าประสงค์ทำตัวให้หลุดพ้น "จงอย่าสนใจจริยาผู้อื่น" นี่คือคำสอนตั้งแต่เบื้องต้น จนถึงวาระสุดท้ายในชีวิต จากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของเรา แต่ต้องระวังตัว "อุปาทาน" พอจิตละเอียดดีแล้ว เห็นอะไรชัดเจนดีแล้ว

ช่วงสุดท้ายนี้..ระวังจะถูกทดสอบอย่างหนัก ตามที่หลวงพ่อเองท่านก็เคยถูกหลอกมาแล้วเช่นกัน คือเห็นพระพุทธเจ้าสวยงามมาก แต่บอกอะไรคลาดเคลื่อนไปหมด โดยเฉพาะ "พระสั่ง" จะต้องเทียบเคียงกับคำสั่งของท่านตอนมีชีวิตอยู่ด้วย

เรื่องนี้ถ้าคนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้ว่า สมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่นั้น ผู้ที่จะกล่าวคำบวงสรวงทั้งบทได้นั้น (ปุริมัญจะ) มีอยู่แค่ ๒ ท่านเท่านั้น คือ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ" และ "พลตรีศรีพันธ์ (พี่แดง) วิชชุพันธ์" ซึ่งเป็นผู้ปรารถนาพุทธภูมิเช่นกัน

โดย "ท่านท้าวมหาราช" ได้อนุญาตผ่านหลวงพ่อให้เรียกใช้ท่านได้ ในฐานะที่ท้าวมหาราชเป็นพระอนาคามี นอกนั้นไม่มีสิทธิ์ในการเรียกใช้พระอริยเจ้า เพราะจะเป็นโทษอย่างมหาศาล จนกระทั่งหลวงพ่อมรณภาพไป ๒๕ ปีแล้ว

ฉันใดก็ดี "วิชามโนมยิทธิ" ถึงแม้จะมีคุณประโยชน์อนันต์ แต่ก็เป็นดาบสองคมฉันนั้น ถ้าใช้ไม่เป็นก็บาดมือตัวเองได้ ผู้ที่เข้าถึงวิชามโนมยิทธินี้แล้ว

โดยเฉพาะคำว่า "แบบครึ่งกำลัง" หมายความว่า "กำลังของผู้ฝึกครึ่งหนึ่ง" และ "กำลังของพระช่วยอีกครั้งหนึ่ง" การฝึกนั้นจึงจะได้ผล

เมื่อได้ "แบบครึ่งกำลัง" หรือได้ "แบบเต็มกำลัง" ภายหลัง จะเห็นแจ่มใสชัดเจนเพียงใด ควรใช้วิชานี้เพื่อมุ่งไปนิพพานเท่านั้น

ถ้าหากมุ่งไปอย่างอื่น พระท่านจะไม่ช่วย แล้วก็เกิดสำคัญตนว่าเป็นผู้วิเศษ ถือตัวว่ามีความรู้เป็นครูบาอาจารย์แล้ว มีลูกศิษย์เคารพนับถือมากมาย ถือตัวว่าได้คุณธรรมชั้นนั้นชั้นนี้แล้ว อุปาทานคือ "คำสั่ง" จะเข้าแทรกไปโดยไม่รู้ตัวไปในที่สุด


มีการชักชวนฝึกมโนมยิทธิใน Facebook

...และประการสำคัญ สำหรับผู้ที่เป็น "ครูฝึกมโนมยิทธิ" ได้นั้น จะต้องได้รับการฝึกเป็นครูจากวัดท่าซุงก่อน พร้อมทั้งได้รับอนุญาตจากหลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสด้วย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการแอบอ้างให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่วัดท่าซุงในภายหลัง

อนึ่ง ตอนนี้มีผู้แจ้งเรื่องการฝึกมโนมยิทธิว่า มีการชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่ม ซึ่งมีการแชร์ต่อๆ กันไป โดยทางวัดท่าซุงคงไม่ได้ทราบเรื่องนี้ด้วย ฉะนั้น ผู้ที่ชักชวนอาจจะมีเจตนาดีก็ได้ หรือมีแอบแฝงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

ปัจจุบันนี้ (ปี ๒๕๖๑) มีการตั้งกลุ่มเป็นครูสอนกันเอง โดยใช้วิธีการแบบวัดท่าซุง ทั้งฝึกแบบครึ่งกำลังและเต็มกำลัง ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มเดิมแล้วมาตั้งชื่อใหม่หรือไม่


จึงขอเตือนให้ทุกท่านได้รับทราบว่า จริยาของผู้ปรารถนาจะไปนิพพานในชาตินี้นั้น ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสั่งสอนไว้ว่า

จะต้องฝึกให้ได้เข้าถึงคุณธรรมของ "พระโสดาบัน" ก่อน เมื่อได้เข้าถึงสังโยชน์ ๓ แล้ว ท่านบอกว่าจะมีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ "การไม่ถือมงคลตื่นข่าว"


(โปรดติดตาม "การไม่ถือมงคลตื่นข่าว" ต่อไป)

◄ll กลับสู่ด้านบน



[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 30/11/17 at 09:37 [ QUOTE ]



(Update 3 ธันวาคม 2560)

การไม่ถือมงคลตื่นข่าว
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน


"...ถ้าอยากทราบว่า เรามีความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือไม่ ก็ดูกำลังใจของเรา เพราะว่า "พระโสดาบัน" ไม่ใช่เป็น "บุคคลผู้ถือมงคลตื่นข่าว"

เขาว่าดีไหนก็ไปนั้น เขาเฮไหนไปนั้น วิเศษที่ไหนก็ไปที่นั้น แต่ความจริงต้องการให้ท่านมีกำลังใจแน่วแน่ แม้แต่ท่านจะอยู่บ้านของท่านเอง ไม่จำเป็นต้องมาที่วัด

คำว่า "ไป" หมายความว่า "ฮือตามข่าวลือกัน" เขาลือว่าดีที่ไหนก็ไปที่นั้น ไปแล้วก็ยังไม่พอใจ เขาลือต่อว่าที่โน่นดีกว่า ไปที่โน่นอีก

ก็เป็นอันว่าเป็นคนที่มีกำลังไม่แน่นอนอย่างนี้ ยังถือว่าไม่ได้มีความเคารพในองค์พระชินวรสัมมาสัมพุทธเจ้าจริง..."


"....ที่เราทุกข์ก็เพราะชาติก่อนเราไม่หมดอยาก และชาตินี้เราก็ยังอยาก เมื่อไรที่ความอยากสิ้นไป เมื่อนั้นก็ถึงนิพพาน อย่าเที่ยวซุกซนทำตนเป็นคนถือมงคลตื่นข่าว

ความดีไม่ใช่อยู่ที่คนอื่น ความดีอยู่ที่เรา ใครเขาเป็นอรหันต์ เราไปเกาะเขา เราจะได้อะไร เขาเป็นกันที่เรา ไม่ใช่เป็นที่เกาะ การเกาะคนโน้นเกาะคนนี้

เอาอะไรมาเป็นเครื่องชำระจิต จงเอาที่บ้าน ที่นั่ง ที่นอน ของเราเป็นป่าช้า อย่าคิดว่ามันเป็นทิพย์วิมาน เพราะที่อยู่ในชาติปัจจุบัน มันมีสภาพเป็นซากศพ

มันผุพังเปื่อยเน่า มันทำลายตนเองเป็นปกติ เราและสถานที่ต่างก็เป็นซากศพ จะสนใจอะไรกับความสวยสดผ่องใส

มันสวยจริงหรือ ผ่องใสจริงหรือ โลกนี้มีอะไรดี จงอย่าหวั่นไหวกับความเป็นไปของโลก โลกต่อไปจะเป็นไฟ เราจงทำใจเป็นน้ำ ใช้คำว่า "ช่างมัน..ช่างมัน" ตลอดไป

เขาให้ทำเราทำ เขาสั่งหยุดเราหยุด นี่เป็นภาวะของโลก แต่เรื่องทำใจให้เป็นต้องทำตลอดไป รักษาอารมณ์ รู้จักตาย รู้ว่าโลกเป็นของสลายตัว เท่านี้ก็พอแล้ว ก็จะเข้าถึงนิพพานได้

เรื่องข่าวลือว่า ฤๅษีชีไพรเก่งไม่ควรสนใจ เขาลือว่าพระวิเศษไม่ควรสนใจ สิ่งที่น่าสนใจคือกฎธรรมดาที่มีในตัวเรา เท่านี้ก็เป็นคนถึงท่านผู้วิเศษ

พ่อเห็นว่า ขณะนี้โลกเต็มไปด้วยความวิเศษ ที่เป็นผีหลอกหลอนคน พ่อดีใจที่ลูกไม่ดิ้นรน ไม่กระเสือกกระสนไปกับเขา

พระมีแล้ว คำว่า "พระ" นั้น ควรเอาเราเองเป็นพระ ตามที่พระท่านบอก ไม่ใช่ไปรอใครยกยอปอปั้นให้เราเป็นพระ อย่าบูชาวัตถุ จงบูชาความจริง การติดวัตถุเป็นการติดวัฏฏะ ละวัตถุได้ก็ชื่อว่าละวัฏฏะได้..."




หลวงพ่อพูดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2534


...นับเป็นคำสอนที่ได้ใจความและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะตามธรรมดาไม่มีพ่อคนไหน..ที่จะไม่หวังดีกับลูก

แต่อย่าลืม "มโนมยิทธิ" สายอื่น หลวงพ่อเคยบอกว่าอุปาทานกินไป ๘๐ % เพราะใช้ไปในทางอื่น แต่ถ้าใช้เพื่อเป็นประโยชน์อย่างสูงสุด คือ มุ่งไปพระนิพพานให้ได้ (ในชาตินี้) แต่เพียงอย่างเดียว คิดว่าอุปาทานเข้ากินใจยาก...สวัสดี




◄ll กลับสู่ด้านบน


[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 25/11/19 at 08:49 [ QUOTE ]


.

[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
[*] posted on 27/11/20 at 08:23 [ QUOTE ]


.

[ PROFILE ] [ FIND ] [ U2U ]
ตั้งหัวข้อใหม่

Go To Top